ถ้าถามว่าบ้านใหม่หลังหนึ่งมีจุดต้องแก้กี่จุด คำตอบไม่ได้ขึ้นกับราคาบ้าน แต่ขึ้นกับว่ามีใครไล่ดูมันอย่างเป็นระบบหรือยัง
ต่อไปนี้คือกลุ่มปัญหาที่ทีมเราเจอซ้ำที่สุดจากการเข้าตรวจโครงการมากกว่า 300 โครงการ เรียงตามระบบที่เราไล่ดูจริงหน้างาน
สรุปเป็นกลุ่มใหญ่
- งานรั่วซึมและงานหลังคา คือกลุ่มที่แก้ยากและแพงที่สุดถ้าเจอหลังเข้าอยู่
- งานระบบไฟฟ้าและประปา คือกลุ่มที่เห็นด้วยตาเปล่าไม่ได้เลยถ้าไม่มีเครื่องมือ
- งานสถาปัตย์ คือกลุ่มที่เจอเยอะที่สุดแต่แก้ง่ายที่สุด
1 ถึง 3 กลุ่มรอยรั่วซึม
รอยรั่วรอบวงกบหน้าต่าง รอยต่อผนังภายนอก และจุดเชื่อมระหว่างหลังคากับผนัง สามจุดนี้คือที่มาของคราบน้ำบนฝ้าในปีถัดไปเกือบทุกครั้ง วิธีเดียวที่จะรู้ตอนนี้คือฉีดน้ำทดสอบและตามดูด้านในด้วยเครื่องวัดความชื้น

4 ถึง 5 กลุ่มระบบไฟฟ้า
ตู้ควบคุมไฟฟ้าที่เรียงวงจรไม่ตรงกับป้าย และเต้ารับที่ต่อสายดินไม่ครบ เป็นสองรายการที่พบบ่อยและอันตรายที่สุดในกลุ่มนี้ ทั้งคู่ต้องใช้เครื่องมือวัดถึงจะยืนยันได้ เปิดสวิตช์แล้วไฟติดไม่ได้แปลว่าวงจรถูกต้อง

6 ถึง 7 กลุ่มประปาและสุขาภิบาล
ท่อน้ำทิ้งที่ระบายช้า และจุดต่อใต้อ่างที่ซึมทีละนิด เป็นปัญหาที่ไม่แสดงอาการในวันตรวจรับถ้าไม่เปิดน้ำทิ้งไว้จริง เราจึงต้องเปิดน้ำค้างไว้และกลับมาดูซ้ำ ไม่ใช่เปิดดูแล้วปิด
8 ถึง 10 กลุ่มงานสถาปัตย์และงานเก็บ
พื้นไม่ได้ระดับ ประตูหน้าต่างปิดไม่สนิท และงานฝ้ากับงานสีที่เก็บไม่จบ คือสามรายการที่พบมากที่สุดในทุกโครงการ ข้อดีคือแก้ง่ายและโครงการมักยินดีแก้ ข้อเสียคือถ้าไม่ระบุตำแหน่งให้ชัด ช่างจะแก้ไม่ตรงจุด
ถ้าจะลองดูเองก่อน ให้เริ่มจากสามอย่างที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือ คือเปิดปิดประตูหน้าต่างทุกบาน กดชักโครกและเปิดน้ำทุกจุดพร้อมกัน แล้วเดินดูฝ้าทุกห้องด้วยไฟฉายส่องเฉียง
เจอเยอะแปลว่าโครงการไม่ดีหรือเปล่า
ไม่เสมอไป จำนวนจุดสัมพันธ์กับขนาดบ้านและความละเอียดของการตรวจมากกว่าคุณภาพโครงการ สิ่งที่บอกคุณภาพได้จริงคือโครงการแก้ให้ครบและแก้ถูกวิธีหรือไม่
ต้องแก้ทุกจุดก่อนโอนไหม
ควรจัดลำดับ จุดที่กระทบโครงสร้าง ความปลอดภัย และการรั่วซึม ควรแก้ให้จบก่อนเซ็น ส่วนงานผิวและงานเก็บสามารถตกลงกรอบเวลาแก้หลังโอนได้ถ้าระบุเป็นลายลักษณ์อักษร
อยากรู้ว่าบ้านของคุณมีจุดไหนบ้าง ทักไลน์มาบอกประเภทบ้านและวันที่สะดวก ทีมวิศวกรจะจองคิวเข้าตรวจให้



