มีความเชื่อหนึ่งที่ทำให้เจ้าของบ้านหลายคนข้ามการตรวจไป คือถ้าจ่ายแพงพอ งานก็น่าจะเรียบร้อยเอง
จากที่ทีมเราเข้าหน้างานมาสิบปี ความสัมพันธ์นั้นไม่ตรงอย่างที่คิด ราคาบ้านบอกสองอย่างได้ดีคือทำเลกับเกรดวัสดุ แต่สิ่งที่ทำให้บ้านมีปัญหาหรือไม่มี คือคุณภาพของงานติดตั้งและการเก็บงาน ซึ่งขึ้นกับทีมช่างที่ลงหน้างานหลังนั้นในช่วงเวลานั้น
สามข้อที่ควรแยกให้ออก
- วัสดุดี ไม่ได้แปลว่าติดตั้งถูกวิธี
- บ้านหลังใหญ่มีจุดต่อมากกว่า จึงมีโอกาสเจอจุดพลาดมากกว่าตามธรรมชาติ
- งานที่ต้องแก้ในบ้านราคาสูง มักแพงกว่าเพราะวัสดุแพงกว่า
วัสดุแพง กับ ติดตั้งถูก เป็นคนละเรื่อง
กระเบื้องแผ่นใหญ่เกรดดีที่ปูบนพื้นที่ยังไม่ได้ระดับ สุดท้ายก็โก่งเหมือนกัน สุขภัณฑ์ราคาสูงที่ต่อท่อน้ำทิ้งผิดระยะ ก็ระบายช้าเหมือนกัน กรอบหน้าต่างอลูมิเนียมเกรดสูงที่ยิงซิลิโคนไม่ต่อเนื่อง น้ำก็เข้าเหมือนกัน
สิ่งที่เราตรวจจึงไม่ใช่ว่าเขาใช้ของอะไร แต่คือของนั้นถูกติดตั้งอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่
ราคาบ้านคือคำสัญญาเรื่องวัสดุ ไม่ใช่คำสัญญาเรื่องฝีมือ
บ้านใหญ่ขึ้น จุดต่อก็มากขึ้น
บ้านสี่ชั้นมีระบบท่อยาวกว่า มีรอยต่อหลังคามากกว่า มีวงจรไฟฟ้ามากกว่า และมีพื้นที่ระเบียงกับดาดฟ้าที่ต้องกันซึมมากกว่า ทุกจุดต่อคือโอกาสที่งานจะพลาดได้หนึ่งครั้ง นี่คือเหตุผลเชิงกลไกว่าทำไมบ้านหลังใหญ่ถึงมักมีรายการยาวกว่า

ค่าซ่อมก็แพงตามบ้าน
ข้อที่คนมักไม่ได้คิดคือ ถ้าปล่อยให้จุดหนึ่งหลุดไปหลังโอน ค่าแก้ในบ้านราคาสูงจะแพงกว่าบ้านทั่วไป เพราะต้องรื้อวัสดุราคาสูงออกมาก่อน และหลายครั้งของรุ่นนั้นเลิกผลิตไปแล้ว
ยิ่งบ้านมีงานตกแต่งเยอะ ยิ่งควรตรวจก่อนเข้าเฟอร์นิเจอร์ เพราะเมื่อของเข้าแล้ว การเข้าถึงจุดที่ต้องแก้จะยากขึ้นและมีค่ารื้อเพิ่ม
บ้านสั่งสร้างที่คุมงานเองแล้ว ยังต้องตรวจอีกไหม
ยังควรตรวจ เพราะคนคุมงานกับคนตรวจรับมองคนละมุม ผู้คุมงานดูว่างานเดินตามแผนหรือไม่ ส่วนผู้ตรวจรับดูว่าผลลัพธ์สุดท้ายใช้งานได้ตามมาตรฐานหรือไม่
บ้านหลังใหญ่ใช้เวลาตรวจนานกว่าปกติ ทักไลน์มาบอกขนาดพื้นที่ใช้สอย ทีมวิศวกรจะประเมินเวลาและคิวให้ก่อน



