เราไม่เคยบอกลูกค้าว่าตรวจเองไม่มีประโยชน์ ตรงกันข้าม เจ้าของบ้านที่เดินดูเองก่อนมักถามคำถามได้ตรงจุดกว่า และช่วยให้การตรวจรอบจริงเร็วขึ้น
แต่ต้องแยกให้ชัดว่าอะไรที่ตาเปล่าทำได้ และอะไรที่ต้องมีเครื่องมือถึงจะยืนยันได้
เส้นแบ่งอยู่ตรงนี้
- งานผิวและงานเก็บ ตรวจเองได้เกือบทั้งหมด
- งานไฟฟ้า งานรั่วซึม และงานที่ซ่อนอยู่หลังฝ้า ต้องใช้เครื่องมือ
- สิ่งที่ต่างกันมากที่สุดไม่ใช่การมองเห็น แต่คือรายงานที่เอาไปยื่นให้โครงการแก้ได้
สิ่งที่คุณตรวจเองได้เลย
เปิดปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ดูว่ามีบานไหนฝืดหรือปิดไม่สนิท เดินสำรวจพื้นด้วยเท้าเปล่าเพื่อหาแผ่นที่กลวงหรือไม่ได้ระดับ ส่องไฟฉายเฉียงไปตามผนังและฝ้าเพื่อดูคลื่นและรอยเก็บสี และเปิดน้ำทุกจุดพร้อมกันเพื่อดูแรงดัน
สี่อย่างนี้ไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ และครอบคลุมรายการที่พบบ่อยได้พอสมควร
สิ่งที่ตาเปล่าทำแทนไม่ได้
ความชื้นที่สะสมอยู่ในผนังยังไม่แสดงเป็นคราบในวันที่คุณไปดู กล้องถ่ายภาพความร้อนกับเครื่องวัดความชื้นจะเห็นก่อนที่ตาจะเห็นเป็นเดือน

เช่นเดียวกับวงจรไฟฟ้า การที่ไฟติดไม่ได้แปลว่าสายดินต่อครบหรือขั้วถูกต้อง ต้องใช้เครื่องมือวัดถึงจะรู้ และเป็นจุดที่เกี่ยวกับความปลอดภัยโดยตรง
ตรวจเองช่วยให้คุณเห็นปัญหา ตรวจโดยวิศวกรช่วยให้คุณพิสูจน์ปัญหาได้
ความต่างที่สำคัญที่สุดคือเอกสาร
สมมติคุณเจอรอยร้าวเอง คุณจะบอกโครงการว่าอย่างไร กว้างเท่าไร ลึกแค่ไหน เป็นรอยร้าวจากการทรุดตัวหรือรอยร้าวที่ผิวปูน และควรแก้ด้วยวิธีไหน
รายงานจากทีมวิศวกรตอบสามคำถามนี้ในทุกจุดที่พบ พร้อมภาพและตำแหน่ง ทำให้โครงการเอาไปสั่งงานช่างต่อได้เลย นี่คือส่วนที่การตรวจเองแทนไม่ได้
ถ้าตรวจเองไปแล้ว ยังต้องให้วิศวกรตรวจอีกไหม
แนะนำให้ตรวจ และเอารายการที่คุณจดไว้มาด้วย ทีมจะได้ตรวจสอบซ้ำในจุดที่คุณสงสัย พร้อมกับไล่ระบบที่ตาเปล่าเข้าไม่ถึงให้ครบ
ควรอยู่ด้วยตอนวิศวกรตรวจไหม
ควรอยู่อย่างน้อยช่วงสรุปผล เพราะการเห็นจุดจริงพร้อมคำอธิบายทำให้คุณคุยกับโครงการได้มั่นใจกว่าอ่านจากรายงานอย่างเดียว
ตรวจเองไปแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าครบไหม ส่งรูปที่ถ่ายไว้มาทางไลน์ ทีมวิศวกรช่วยดูให้ก่อนได้



