คำถามนี้ตอบเป็นตัวเลขตายตัวไม่ได้ เพราะขึ้นกับขนาดงาน วัสดุ และว่าเจอตอนไหน แต่สิ่งที่ตอบได้ชัดคือโครงสร้างของค่าใช้จ่ายเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อคุณเซ็นรับมอบไปแล้ว
สิ่งที่เปลี่ยนหลังเซ็น
- ค่าแก้ไขย้ายจากโครงการมาอยู่กับคุณในหลายรายการ
- เพิ่มค่ารื้อและค่าคืนสภาพ ซึ่งก่อนโอนไม่มี
- เพิ่มต้นทุนเวลาและการย้ายของ ซึ่งประเมินเป็นเงินยาก
ก่อนโอน ค่าแก้เป็นศูนย์สำหรับคุณ
ถ้าเจอก่อนเซ็น สิ่งที่คุณจ่ายคือค่าตรวจ ส่วนค่าแก้เป็นภาระของโครงการตามสัญญา นี่คือความต่างที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้จังหวะเวลาสำคัญกว่าตัวปัญหา
หลังโอน ค่าใช้จ่ายเพิ่มสามชั้น
ชั้นแรกคือค่าแก้ตัวงานเอง ชั้นที่สองคือค่ารื้อและค่าคืนสภาพ เช่น ถ้าจะซ่อมท่อที่รั่วหลังผนังห้องน้ำ ต้องรื้อกระเบื้องออกก่อนแล้วปูใหม่ ชั้นที่สามคือต้นทุนที่ไม่ใช่ตัวเงินโดยตรง คือเวลาที่ต้องอยู่กับงานซ่อม และการย้ายของออกจากพื้นที่

ปัญหาเดียวกัน เจอก่อนเซ็นคือค่าใช้จ่ายของโครงการ เจอหลังเซ็นคือค่าใช้จ่ายของคุณ
กลุ่มงานที่ค่าต่างมากที่สุด
สามกลุ่มที่ค่าใช้จ่ายต่างกันมากที่สุดระหว่างก่อนกับหลังโอนคือ งานรั่วซึมที่ต้องรื้อผิวเพื่อเข้าถึง งานระบบที่ฝังอยู่ในผนังหรือใต้พื้น และงานโครงสร้างที่ต้องใช้วิศวกรออกแบบวิธีแก้
ส่วนงานผิวและงานเก็บนั้นค่าต่างไม่มาก จึงเป็นกลุ่มที่ตกลงแก้หลังโอนได้โดยไม่เสียเปรียบนัก
ถ้าจะประเมินความคุ้ม อย่าเทียบค่าตรวจกับค่าซ่อมจุดเดียว ให้เทียบกับค่ารื้อและคืนสภาพที่จะเกิดขึ้นถ้าเจอทีหลัง ซึ่งเป็นส่วนที่มักถูกลืม
ประกันของโครงการไม่ครอบคลุมหรือ
ครอบคลุมบางส่วนและมีกรอบเวลา แต่การเคลมต้องพิสูจน์ว่าเป็นความบกพร่องจากการก่อสร้าง ไม่ใช่จากการใช้งาน ซึ่งพิสูจน์ยากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป
ค่าตรวจบ้านคิดอย่างไร
ขึ้นกับประเภทและขนาดของที่พักอาศัย ทักไลน์มาบอกรายละเอียดบ้านหรือห้อง ทีมจะแจ้งรายละเอียดให้ก่อนตัดสินใจ
อยากให้ช่วยประเมินก่อนว่าควรตรวจหรือไม่ ทักไลน์มาคุยได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบถาม


