เวลาส่งรายงานให้เจ้าของบ้าน คำถามแรกที่ได้ยินเกือบทุกครั้งคือ ทำไมเยอะขนาดนี้
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ เพราะบ้านหนึ่งหลังไม่ได้สร้างโดยทีมเดียว งานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ งานระบบ งานสี และงานเก็บ เป็นคนละทีมและคนละช่วงเวลา ทุกรอยต่อระหว่างทีมคือจุดที่งานหลุดได้หนึ่งครั้ง บ้านที่มีจุดต่อมาก จึงมีรายการมากตามกลไก ไม่ใช่ตามคุณภาพ
สิ่งที่ควรอ่านจากรายงาน
อย่าดูที่จำนวนจุด ให้ดูที่ประเภทของจุด
จุดที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและการรั่วซึม ต้องแก้ก่อนเซ็นรับมอบ
งานผิวและงานเก็บ ตกลงกรอบเวลาแก้เป็นลายลักษณ์อักษรได้
รายการยาวไม่ได้แปลว่าบ้านแย่
ในบ้านหนึ่งหลัง รายการส่วนใหญ่มักเป็นงานเก็บ เช่น ขอบยาไม่เรียบ บานปิดฝืด สีเก็บไม่จบ กลุ่มนี้อาจกินสัดส่วนมากที่สุดของรายการทั้งหมด แต่แก้ง่ายและแทบไม่มีผลระยะยาว
สิ่งที่ต้องจับตาคืออีกกลุ่มที่จำนวนน้อยกว่ามาก แต่มีน้ำหนักกว่า คือจุดที่เกี่ยวกับน้ำ ไฟ และโครงสร้าง
จำนวนจุดบอกว่ามีคนตรวจละเอียดแค่ไหน ประเภทของจุดบอกว่าบ้านมีปัญหาแค่ไหน
ตัวอย่างจุดที่ต้องรีบ
สองเคสที่เราเขียนไว้แยกต่างหากเป็นตัวอย่างที่ดี เคสแรกคือคราบน้ำที่ไหลลงมาใกล้ตู้ควบคุมไฟฟ้า และอีกเคสคือบันไดที่มีสัญลักษณ์ติดเต็มไปหมดจนเห็นแนวปัญหาชัด ทั้งสองจุดไม่ได้อยู่ในกลุ่มงานเก็บ แต่อยู่ในกลุ่มที่ปล่อยไว้ไม่ได้

สัญลักษณ์ที่ติดไว้ทำให้ช่างเดินตามแก้ได้ตรงจุด ไม่ต้องเดาจากคำบรรยาย
วิธีจัดลำดับให้ทันวันโอน
เราแนะนำให้แบ่งรายการเป็นสองกอง กองแรกคือจุดที่ต้องจบก่อนเซ็น ได้แก่ความปลอดภัย ระบบไฟฟ้า และการรั่วซึม กองที่สองคืองานผิวและงานเก็บ ซึ่งตกลงกรอบเวลาแก้หลังโอนได้ถ้าระบุไว้เป็นเอกสาร
การแบ่งแบบนี้ทำให้การเจรจากับโครงการง่ายขึ้นมาก เพราะคุณไม่ได้เรียกร้องทุกอย่างพร้อมกัน แต่กำลังบอกว่าอะไรที่ยอมไม่ได้
ถ้าโครงการแก้ไม่ทันวันโอน
ขอเลื่อนวันเซ็นรับมอบ หรือทำบันทึกแนบท้ายระบุรายการที่ยังค้างพร้อมกรอบเวลาแก้ อย่ารับมอบโดยมีแต่คำพูด
ตรวจซ้ำหลังแก้ จำเป็นไหม
จำเป็นสำหรับจุดกลุ่มแรก เพราะการแก้เรื่องน้ำและไฟบางครั้งสร้างปัญหาใหม่ในจุดข้างเคียง การตรวจซ้ำใช้เวลาน้อยกว่ารอบแรกมาก
ได้รายงานมาแล้วแต่ไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหน ส่งไฟล์มาทางไลน์ ทีมวิศวกรช่วยจัดลำดับให้ได้



